อนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ
เมื่อเดินทางมาเยือนเขาค้อ ระยะทางเพียง กม. เศษของทางขึ้นเขา ณ ที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1,174 เมตร อยู่ในเขตพื้นที่ หมู่ที่ 13 ต.ทุ่งสมอ อ.เขาค้อ เป็นยอดเนินเขาสูงสุดของเขาค้อเราก็มาถึงยอดเขาค้อที่มีหินอ่อนรูปทรงสามเหลี่ยม ตั้งตะหง่านอยู่ ดันเป็นสัญลักษณ์แห่งความเสียสละของพี่น้องทหารหาญของชาติไทย ที่ต้องเสียสละทั้งชีพ และเลือดเนื้อเพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทยแห่งนี้ไว้ให้รอดพ้นจากภัยของผู้หลงผิดคิดร้ายต่อ ประเทศชาติ
อนุสรณ์แห่งนี้องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระราชทานให้เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2527 เพื่อเป็นสิ่งเตือนใจคนไทยทั้งชาติว่า "ยามใดที่คนไทยขัดแย้งกัน จะต้องมีการสูญเสียอย่างผู้กล้า 1,171 ชีวิต จารึกกับองค์อนุสรณ์ จงอย่าให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก"
อนุสรณ์แห่งนี้ สร้างโดยกองพันทหารช่างที่ 4 ออกแบบโดย ศาสตราจารย์ กฤษฎา อรุณวงษ์ ณ อยุธยา ก่อสร้างโดยความร่วมมือและเงินบริจาคของประชาชนและ ข้าราชการทุกฝ่าย เป็นเงินประมาณ 6 ล้านบาท วัตถุประสงค์ของการจัดสร้างอนุสรณ์สถาน ผู้เสียสละเขาค้อ คือ
1. เพื่อเป็นการสดุดีและระลึกถึงวีรกรรมของประชาชนพลเรือน ตำรวจ และทหารที่ได้ปฏิบัติภารกิจในการต่อสู้เพื่อเอาชนะคอมมิวนิสต์
2. เพื่อเป็นการระลึกถึงดวงวิญญาณของผู้กล้าหาญที่ได้เสียสละชีวิต และเลือดเนื้อเป็นแบบอย่างให้พี่น้องประชาชนชาวไทยได้ สำนึกว่าแผ่นดินนี้เป็นสมบัติของตนที่ต้อง หวงแหนและปกป้องรักษาไว้ยิ่งชีพ
3. เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสามัคคี และการรวมพลังในการต่อสู้เพื่อเอาชนะคอมมิวนิสต์ตลอดจนส่งเสริมให้ประชาชนมีความรัก และเทิดทูนไว้ซึ่งสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
4. เพื่อเป็นสถานที่เคารพสักการะ และเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน ทั่วไป
สร้างเป็นรูปสามเหลี่ยมเป็นหินอ่อนทั้งหมด ขนาดและรูปทรงของอนุสรณ์สถานนี้ มีความหมายแตกต่างกันคือ รูปสามเหลี่ยมหมายถึง การปฏิบัติการร่วมกันระหว่าง พลเรือน ตำรวจ ทหาร ฐานอนุสรณ์ ฯ กว้าง 11 เมตร หมายถึง พ.ศ. 2511 อันเป็นปีที่เริ่มการปฏิบัติการรุนแรงของผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ความสูงจากแท่นบูชาถึงยอดอนุสรณ์ น สูง 24 เมตร หมายถึง ปี พ.ศ. 2524 อันเป็นที่เปิดยุทธการครั้งใหญ่ ความสูงจากฐานถึงยอดอนุสรณ์ 25เมตร หมายถึงปี พ.ศ. 2525 อันเป็นปีที่สิ้นสุดการรบความกว้างฐานสามเหลี่ยมด้านละ 2.6 เมตร หมายถึงปี พ.ศ 2526 ซึ่งเป็นปีที่สร้างอนุสรณ์ ฯ แห่งนี้
ความปลื้มปิติที่มีต่อทหารกล้าผู้เสียสละนั้น เราไม่สามารถแสดงออกมาได้เกินกว่าความรู้สึกที่เก็บไว้ในใจ "ชีวิตหนึ่งชีวิตก็มีค่าแค่เพียงความมีชีวิต แต่การสร้างคุณค่าให้กับชีวิตนั้นขึ้นอยู่กับว่าเราเลือกที่จะสร้างคุณค่าให้กับจิตใจในทิศทางใด" เราคงภาคภูมิใจอยู่ไม่น้อย ถ้าจุดสิ้นสุดแห่งชีวิตของเราต้องจบลงดั่งเช่นทหารเหล่านั้น
ในบริเวณที่ใกล้กับอนุสรณ์สถานผู้เสียสละนั้น คือที่ตั้งฐานกรุงเทพ (ซึ่งเป็นชื่อเรียกขานทางวิทยุของร้อย 1741 ที่สามารถยึดยอดเขาค้อได้) ซึ่งแต่เดิมนั้นบริเวณนี้เคยเป็นที่ตั้งของ ผกค. แต่ฝ่ายเราก็สามารถยึดมาได้ด้วยความยากลำบาก เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2522 ปัจจุบันฐานกรุงเทพได้กลายเป็นจุดชมวิวที่สวยงามแห่งหนึ่ง
ผนังภายในมีการบันทึกประวัติอนุสรณ์ฯ รายชื่อวีรชนผู้เสียสละเพื่อประเทศชาติและได้มีการสลักบทกวีพระราชนิพนธ์ ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
ความรักประเทศสู้ ยอมสละ
ทั้งร่วมและชีวะ ปลดเปลื้อง
รักษาอิสระ ภาพแห่ง ไทยแฮ
ยอยศสยามราชเรื้อง รัฐคุ้มอวสาน ฯ
รวมทั้งรอยจารึกพระปรมาภิไธยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และ พระบรมวงศานุวงศ์ ที่ผนังหน้าทางเข้าอนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ พลเอกอาทิตย์ กำลังเอก ผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ทั่วไป ได้มาทำพิธีวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2526 โดยสร้างขึ้นโดยเงินบริจาคของประชาชนและข้าราชการทุกฝ่าย
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พระสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถฯ ได้เสด็จมาเป็นองค์ประธานการเปิดอนุสรณ์สถานแห่งนี้เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2527 เพื่อเตือนใจคนไทยทั้งชาติว่ายามใดคนไทยขัดแย้งกันจะต้องมีการสูญเสียอย่างผู้กล้าหาญ 1,171 ชีวิต ที่จารึกไว้กับองค์อนุสรณ์ จงอย่าให้เกิดเช่นนี้อีก
ทางจังหวัดเพชรบูรณ์จึงได้กำหนดวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ของทุกปีตั้งแต่ปี พ.ศ. 2527 เป็นต้นมา เป็นวันสมโภชอนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อแห่งนี้
ในบริเวณใกล้เคียงกันยังมีฐานกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นฐานที่มั่นของทหารไทยในอดีต ซึ่งฐานกรุงเทพฯ มาจากชุดปฏิบัติการขึ้นมาประจำที่ฐานนี้ อาคารสิ่งก่อสร้างหลงเหลืออยู่บางส่วนก็ชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลา ฐานกรุงเทพฯ มีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นภูกระดึง ภูเรือ และภูหินร่องกล้าด้วย บริเวณฐานแห่งนี้ได้สร้างศาลสิมารักษ์ ขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ พันเอกอิทธิ สิมารักษ์