การสู้รบปราบปราม ผกค.

ในอดีตพื้นที่รอยต่อ 3 จังหวัด (พิษณุโลก เพชรบูรณ์ เลย) ตั้งแต่เขาค้อ ภูหินร่องกล้า ไปจนถึงภูขัด ภูเมี่ยง ได้เคยเป็นสมรภูมิเลือดคนไทยทั้งหลายทราบกันดี พี่น้องคนไทยต้องฆ่าฟันกันเองทั้งนี้เพราะเกิดความเข้าใจผิดและไม่เข้าใจต่อกันความขัดแย้งระหว่างคนไทยบางกลุ่มที่านมาไม่เกิดขึ้นในพื้นที่นี้อีกต่อไปและความสงบได้กลับคืนมาอีกครั้ง

การที่สถานการณ์คลี่คลายมาในทางที่ดีและปกติสืบต่อไปนั้นเราทั้งหลายเป็นหนี้บุญคุณของผู้เสียสละกลุ่มหนึ่ง ผู้ที่ได้พลีชีวิตและเลือดเนื้อแด่พื้นแผ่นดินแห่งนี้

ลักษณะโดยทั่วไปของพื้นที่เป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน ปกคลุมด้วยป่าไม้ผืนใหญ่ยกตัวในระดับความสูงและต่ำลงมาเป็นป่าโปร่งมีราษฎรชาวเขาเผ่าม้งบุกรุกถากถางพื้นที่ทำกินบริเวณไหล่เขา บางพื้นที่เป็นแหล่งพื้นที่ปลูกพืชเสพติด เช่น ฝิ่น และกัญชา เป็นต้น บริเวณที่ราบเชิงเขาและบริเวณซอกเขามันจะเป็นที่ตั้งหมู่บ้านชาวเขา

เดือนมีนาคม 2511 พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยได้ส่ง ผกค. เข้ามาปฏิบัติงานในพื้นที่รอยต่อจังหวัด มีการปลุกระดมชาวเขาเผาม้งให้เกลียดชังเจ้าหน้าที่และให้หันมาร่วมมือกับฝ่าย ผกค. ด้วยการชี้นำให้ราษฎรจับอาวุธ ขึ้นต่อสู้กับเจ้าหน้าที่โดยอ้างว่า เพื่อปลดแอกอำนาจรัฐ กองทัพภาคที่ 3 ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปจัดตั้ง

ราษฎรอาสาสมัครคุ้มครองหมู่บ้านที่บ้านห้วยทรายเหนือ ซึ่งเป็นหมู่บ้านชาวเขาเผ่าม้งที่ตั้งบ้านเรือนกันอย่างหนาแน่น ผกค.ได้ระดมกำลังโจมตีอาสาสมัครคุ้มครองหมู่บ้านนี้เมื่อ 20 พ.ย. 2511 ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครเสียชีวิต และบาดเจ็บหลายคน จึงถือว่าเป็นวันเสียงปืนแตกในพื้นที่รอยต่อ 3 จังหวัด เมื่อ 28 ธ.ค. 2511 ผกค. โจมตีฐานปฏิบัติการ บ.เล่าลือ (QU 084234) ซึ่งอยู่ในเขต อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ นับเป็นเหตุการณ์ ผกค. ปฏิบัติการในพื้นที่รอยต่อ 3 จังหวัดเป็นครั้งที่ 2 เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ทหาร (ส.อ. แต้ม ขริบ สังกัด ร.4 พัน 3) สูญเสียชีวิตจากการประทะครั้งนั้น

หมู่บ้านชาวเขาเผ่าม้งในพื้นที่ตอนใต้เส้นทางถนนสายพิษณุโลก - หล่มสัก มีจำนวนมาก เช่น บ.เล่านะ

บ.เล่าเพ้ง บ.เล่าลือ บ.พ้อย บ.หูช้าง บ.สะเดาะพง ฯลฯ ในปี 2511 มีเหลือเป็นของฝ่ายเราเพียงหมู่บ้านเดียว คือ

บ.เล่าลือ นอกนั่นพากันอพยพจากถิ่นที่เดิมไปอยู่ตามไร่ในป่าตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของ ผกค. ทั้งสิ้น ในแผนที่จะปรากฏชื่อ "เขาค้อ" อยู่หลายแห่งอาจเป็นเพราะพื้นที่นี้อุดมไปด้วยต้นค้อ (ไม้ยืนต้นคล้ายตาล) ชาวเขาเผ่าม้งมักนิยมนำไปมุง หลังคาบ้าน

ที่กล่าวถึงนี้คือ ยอดเขาค้อที่มีความสูง 1,174 เมตร และบนเทือกเขาลูกเดียวกันมียอดอีกยอดหนึ่งสูง 990 เมตร เป็นยอดเขาเคียงคู่ทางด้านทิศตะวันตก ชื่อ เขาปางก่อ (QU 117376) ชาวบ้านทั่วไปจึงเรียกเทือกเขานี้ว่า "เขาค้อ ปางก่อ" เขาค้อปางก่อเป็นเทือกเขาที่ทอดยาวจากเหนือไปใต้ความยาวตามสันเขาประมาณ 5 - 6 กม. มีลักษณะของเส้นทาง ยุทธศาสตร์พัฒนาตามแนวความคิดของกองทัพภาคที่ 3 ที่จะสร้างเส้นทางจาก บ้านแค้มป์สน (กม.ที่ 100 เส้นทางพิษณุโลก - หล่มสัก) ไปยังบ้านเล่าลือ ซึ่งเป็นหมู่บ้านเขาสุดท้ายที่เหลืออยู่ในพื้นที่ในปี 2522 กรมทางหลวงทำการสร้างเส้นทางถึงบริเวณพิกัด QU 131392 (ก่อนถึงยอเขาค้อประมาณ 3 กม.) ต้องหยุดชะงักการก่อสร้างเนื่องจากถูกขัดขวางจาก ผกค. บนยอดเขาค้อปางก่ออย่างรุนแรงไม่สามารถสร้างทางต่อไปได้เปลี่ยนให้บริษัทภานุมาศ จำกัด รับเหมาก่อสร้างเส้นทางต่อจากทางหลวงได้ทำไว้

พัน ร.3447 มีการจัดกำลังประกอบ ดังนี้ ผก.พัน จัดการ ร.4 พัน 3 พ.ต.ประวิทย์ กลิ่นทอง กองพัน ร้อย ร.4 จัดการ ร.4 พัน 4 ร.อ. เสน่ห์ พวงกลิ่น ผบ.กองร้อย ร้อย ร. 1741 จัดการ พัน 1 ร.อ.ฤาชา มั่นสุข ผบ.กองร้อย กำลังคุ้มกันสร้างทางฯ จัดการพลเรือนมีนายสมชาย ไชยขวาง เป็นหัวหน้า ตามแผนปฏิบัติการเมื่อได้รับการสนับสนุนการโจมตีทางอากาศต่อที่หมาย บนยอดเขาค้อ กำลังเข้าปฏิบัติการจะแทรกซึมเข้าทางพื้นดิน หลังจากนั้นบริษัทภานุมาศ จำกัด จะสนับสนุนโดยการเส้นทางจำลองด้วยแทรกเตอร์ 2 คัน และใช้กำลังคุ้มกันตลอดเส้นทาง เพื่อใช้เป็นเส้นทางส่งกำลังแนวเส้นทางก่อสร้างกำหนดไปตามพื้นราบขนานกับสันเขาค้อปางก่อทางด้านทิศตะวันออก และไปขึ้นทางเขาค้อทางทิศใต้ เนื่องจากพื้นที่ไม่ชันง่ายต่อการเคลื่อนที่บนยอดเขาค้อ หน่วยได้เริ่มปฏิบัติงานเมื่อ 17 ก.ค. 2522 ภายหลังการโจมตีทางอากาศต่อที่หมายบนยอดเขาค้อ กำลังทางพื้นดินเคลื่อนที่ตามแผนปรากฏว่า ผกค. ได้ต้านทานอย่างหนักไม่สามารถเคลื่อนที่รุกตามแผนที่กำหนดหน่วยจึงเปลี่ยนทิศทางเคลื่นที่เข้าหาที่หมายทางเหนือสันเขา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่สูงชัน ผกค. วางกำลังต่อต้านทางด้านนี้น้อยเพราะไม่คาดว่าฝ่ายเราจะปฏิบัติ อีกประการหนึ่ง

ผกค. ได้ดัดแปลงที่มั่นเป็นคูรบไว้ 5 จุด ก่อนที่จะถึงที่หมายบนยอดเขาค้อแต่ละจุดห่างกันประมาณ 300 - 400 เมตร เมื่อฝ่ายเรายึดที่มั่นคูรบไว้ จุดที่ 1 ได้ ผกค.จะถอนตัวไปตั้งรบคูรบที่ 2 เมื่อฝ่ายเรายึดคูรบที่ 2 ได้ ผกค. จะถอนตัวไปตั้งรับจุดที่ 3 ตามลำดับ ผกค. จึงใช้กำลังต้านทานจำนวนน้อยในทิศทางนี้ การต้านทานของ ผกค.นอกจากกำลังทางพื้นดินแล้วยังได้รับการสนับสนุนการโจมตีด้วยอาวุธ กระสุนวิถีโค้ง ค.61 มม. จากยอดเขาค้ออีกด้วย การปฏิบัติการทางพื้นดินสามารถยึดคูรบที่ 3 ได้สำเร็จ ฝ่ายเรากำลังคุ้มกันสร้างทางเสียชีวิต 16 ศพ บาดเจ็บ 32 คน ต่อมาเมื่อ 18 ก.ค. 2522 กำลังฝ่ายเราเคลื่อนที่เข้ายึดที่หมายต่อไป ผกค. รู้แผนการปฏิบัติของฝ่ายเราต้องการยึดเขาค้อ ทางด้านนี้จึงส่งกำลังมาเพิ่มเติมเพื่อขัดขวางการปฏิบัติฝ่ายเราเคลื่อนที่ไปได้อย่างช้า ๆ และภูมิประเทศยากลำบากเป็นป่าทึบและต้องขึ้นเขาสูงชันมากเพราะสามารถยึดคูรบที่ 5 ห่างจากยอดเขาค้อประมาณ 500 - 600 เมตร ไว้ได้ กำลังคุ้มกันสร้างทางเสียชีวิต 12 ศพ บาดเจ็บ 14 คน บริเวณคูรบที่ 4 ผกค. ได้แกะสลักบนต้นไม้ใหญ่ว่า "ทหารไทยจะยึดได้ปี 2521" แต่เรายึดได้ในปี 2522 แสดงว่า ผกค. ได้ประมาณสถานการณ์ล่วงหน้าว่าจะต้องสูญเสียฐานที่มั่นบริเวณนี้อย่างแน่นอนจะสามารถต้านทานฝ่ายเราได้นานกว่าที่คิด

ในวันรุ่งขึ้น 19 ก.ค. 2522 ฝ่ายเราได้รับรองขอการโจมตีทางอากาศต่อที่หมายยอดเขาค้ออีกครั้งหนึ่งเมื่อเสร็จสิ้นการโจมตีทางอากาศแล้วกำลังทางพื้นดินได้เคลื่อนที่เข้ายึดที่หมายยอดเขาค้อได้ สำเร็จเมื่อเวลา 13.30 น. ผกค. ได้ต่อต้านเล็กน้อย กำลังฝ่ายเราร้อย ร. 1341 เสียชีวิต 1 นาย (พลฯ จำปา ระเด่น) กองกำลังคุ้มกันสร้างทางเสียชีวิต 1 ร่น บาดเจ็บ 7 นาย

เมื่อฝ่ายเรายึดเขาค้อได้จึงสถาปนาความมั่นคงของยอดเขาค้อ โดยใช้ รถแทรกเตอร์สร้างฐานที่มั่นขึ้น ปัจจุบันก็คือฐานกรุงเทพฯ ที่อยู่หน้าอนุสรณ์ผู้เสียสละเขาค้อนั่นเอง แทรกเตอร์คัดแปลงฐานที่มั่นเสร็จเมื่อเวลา 15.00 น. ก็เคลื่อนที่ยกกลับแค้มป์งานสร้างของบริษัท ภานุมาศ จำกัด ซึ่งอยู่ข้างล่างขณะเดินทางออกจากฐานที่มั่นก็ถูก ผกค. ระดมยิง 57 มม. จากทิศเหนือของฐาน รถแทรกเตอร์หม้อน้ำชำรุดใช้การไม่ได้ต้องเสียเวลาซ่อม 2 - 3 วัน จึงทำงานได้ และปฏิบัติการกรุงเทพฯ เป็นชื่อเรียกตามนามเรียกขานทางวิทยุของร้อย ร. 1741 ที่ยึดเขาค้อได้เมื่อวันที่ 9 ก.ค. 2522

ร้อย ร. 1741 ครบวาระเคลื่อนย้ายกลับหน่วย และหน่วยที่มา สับเปลี่ยนได้ให้เกียรติเรียกชื่อฐานที่ตั้งเดิม คือ ฐานปฏิบัติการกรุงเทพฯ ส่วนนามเรียกขานทางวิทยุก็เปลี่ยนไปตามหน่วยที่ขึ้นปฏิบัติการ ในช่วงระยะเวลาต่อมาประมาณ 2 เดือนเศษ ผกค. ได้ลดระดับปฏิบัติรุนแรงลงฝ่ายเราจึงสถาปนาที่มั่นระหว่างทางขึ้นยอดเขาค้อ 1 ฐาน ชื่อฐานปฏิบัติการบางซื่อ (QU 132384) และฐานที่มั่นทางเหนือของฐานกรุงเทพฯ 2 ฐานชื่อ ฐานปฏิบัติการพิษณุโลก (QU 121381) เป็นป่ากล้วยมีน้ำไหลซึมตลอดปี ผกค.อาศัยน้ำบริเวณนี้ ดื่มอาบและเป็นที่ตั้งอาวุธหนักยิงวิถีตรง (ปรส) ปัจจุบันป่ากล้วยหมดไปน้ำซึมบริเวณนี้ก็หายไป

เมื่อ 1 ต.ค. 2522 พัน ร. 3443 จาก ร.4 พัน 3 โดยการนำของ พ.ท. สนอง หุนตระกูล ผบ.พัน ขึ้นไปสับเปลี่ยนกำลังกับ พ.ร. 3447 ผกค. เริ่มปฏิบัติการกดดันต่อกำลัง ฝ่ายเราด้วยการซุ่มโจมตีตามเส้นทางสู่ยอดเขา คือ ลอบยิงกำลังบนฐานปฏิบัติการและวางกับระเบิดที่รุนแรงที่สุดคือ การวางกับระเบิดขบวนส่งกำลัง โดยฝั่งของกรรมการสัตว์ทหารบกทำให้สัตว์และคนจูงแหลกละเอียดเป็นจุลไม่พบทั้งสัตว์และคนจูง กำลังพลบนเขาค้อเริ่มขวัญตกต่ำ การส่งกำลังไม่สามารถส่งในเวลากลางวันได้กำลังพลบนเขาค้อเมื่อได้รับบาดเจ็บสาหัสมัก เสียชีวิต เพราะไม่สามารถส่งกลับได้การส่งกำลังเปลี่ยนเป็นเวลากลางคืน สามารถส่งกำลังได้ในช่วงเวลาหนึ่งต่อมาก็ถูกจาก ผกค. ด้วยการซุ่มโจมตีและการวางกับระเบิดอีก จึงได้มีแนวความคิดที่จะเปลี่ยนเส้นทางการส่งกำลังและกลับใหม่ ด้วยการสร้างเส้นทางในหุบเขาเคียงคู่กับเส้นทางขวาเมื่อมองไปยังยอดเขาค้อ โดยใช้สันเขาเป็นแนวเส้นทาง เดิมกำบังสามารถใช้ได้ระยะเวลาหนึ่งก็ถูกรบกวนจาก ผกค. อีก เมื่อถูก ผกค. ขัดขวางหนักขึ้นทำให้ไม่สามารถส่งกำลังในเวลากลางวันได้ ขวัญของกำลังพลตกต่ำ ผกค. ในช่วงเวลานี้ปฏิบัติการทางจิตวิทยาต่อฝ่ายเรา ทางเครื่องกระจายเสียงบนเขาค้อให้กำลังพลวางอาวุธและกลับไปอยู่กับครอบครัวเสีย พัน ล. 3443 ตระหนักถึงปัญหานี้ดีจึงแก้ปัญหาโดยให้กำลังพลขุดคูรบ จากยอดเขาค้อลงมาตีนเขาระยะทางประมาณ 2 กม. เศษ เพื่อใช้เป็นเส้นทางส่งกำลังและส่งกลับของหน่วยบนเขาค้อครบบางช่วงต้องชุดต่อเมื่อพ้นแนวก้อนหินไปแล้ว การเคลื่อนที่ในช่วงนี้จึงต้องวิ่งข้ามก้อนหินใหญ่จากคูรบหนึ่งไปยังอีกคูรบหนึ่ง บางพื้นที่ไม่มีภูมิประเทศที่กำบังการเคลื่อนที่ก็ต้องใช้เสื่อรำแพนทำเป็นฉากปิดกั้นกำบังแทนการส่งกำลังเมื่อขุดคูรบทำได้สะดวกขึ้น สามารถส่งกำลังและส่งกลับในเวลากลางวันได้ปัญหาและกำลังใจของกำลังพลดีขึ้นแต่เดิมไม่เคยยิ้มแย้มแจ่มใสเปลี่ยนเป็นเสียงหัวร่อต่อกระซิกและมีกำลังใจที่จะต่อสู่ต่อไป การสูญเสียในช่วงที่ขุดคูรบน้อยลง กำลังพลบนเขาค้อได้มีโอกาสลงมาอาบน้ำพักผ่อนในหมู่บ้านของฝ่ายเรา ได้อัดเทปขึ้นไปกระจายเสียงตอบโต้การกระจายเสียงของ ผกค. บนฐานกรุงเทพฯ

สถานการณ์บนฐานกรุงเทพฯ ของต้นปี 2523 กำลังพลจะต้องตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาพร้อมที่จะรบประชิดเมื่อข้าศึกโจมตี บนฐานไม่มีต้นไม้จะเป็นที่กำบังได้และเมื่อเวรยาม โผล่ศีรษะขึ้นไปตรวจการณ์ก็จะถูกยิงจาก ผกค. อยู่ตลอดเวลาทำให้กำลังพลสูญเสียจากการตรวจการณ์ไปหลายคน จ.ส.อ. ทวี ภารัตน์ จึงมีความคิดเอาระบบกล้องเปอริสโคป (กล้องตาเรือ) มาใช้ทำให้การตรวจการณ์ได้ผล ทราบจาก ผกค. ที่มามอบตัวภายหลังว่า ผกค. มีแนวความคิดจะยึดฐานกรุงเทพฯ ด้วยการขุดคูรบขึ้นมาแต่เมื่อฝ่ายเรานำกล้องเปอริสโคปมาใช้แผนที่จะยึด ฐานกรุงเทพฯ จึงไม่สำเร็จ ประมาณปลายเดือนมีนาคม 2523 มี ผกค. ระดับนักรบชื่อสหายรุ่ง (หลบหนีมามอบตัวกับ พตท. 1617) เปิดเผยว่า ผกค. กำลังขุดคูรบเข้ามาประชิดฐานกรุงเทพฯ และมีส่วนหนึ่งกำลังขุดอุโมงค์จากรอยต่อระหว่างยอดเขาค้อกับขอดเขาปางก่อเข้ามาใต้ฐานกรุงเทพฯ แต่ไม่ทราบว่า ผกค. มีจุดประสงค์ใด ผอ.พตท. 1617 (พล.ต.ระลอง รัตนสิงห์) แจ้งให้พัน ร. 3443 ทราบและให้เพิ่มความระมัดระวังตัวยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกำลังพลบนฐานกรุงเทพฯ

ต่อมาเมื่อ 10 เมษายน 2523 เวลาประมาณ 15.00 น. เศษ เกิดการระเบิดบริเวณคูรบนอกฐานด้านตะวันตกของฐานกรุงเทพฯ แรงระเบิดมีสภาพเช่นเดียวกับการระเบิดหิน เศษดิน ฟุ้งขึ้นไปบนท้องฟ้าไม่ต่ำกว่า 50 เมตร เมื่อสิ้นเสียงระเบิด ผกค. ระดมยิงปืนเล็กทางด้านทิศใต้ของฐานกรุงเทพฯ ฝ่ายเราต้องต่อสู้อย่างเหนียวแน่นด้วยปืนเล็ก เครื่องยิงลูกระเบิดขนาด 40 มม. (M.79) เครื่องยิงระเบิดขนาด 60 มม. (9.60) ทำให้ ผกค. ไม่สามารถยึดฐานกรุงเทพฯ ได้กำลังพลที่ต่อสู้อย่างเข้มแข็งสามารถรักษาฐานกรุงเทพฯ ไว้ได้ สมควรแก่การสรรเสริญคือ จ.ส.อ.เชิด ทองงามขำ จ.ส.อ.สถิต ชูฤกษ์ และพลทหารอีก 2 นาย ภายหลังเหตุการณ์สู้รบสงบ ทราบจาก ผกค. ว่ามีแผนระเบิดคูรบของ ฐานกรุงเทพฯ เพื่อเปิดช่องทางให้กำลังส่วนรุกปฏิบัติการณ์จู่โจมเข้ายึดฐาน เนื่องจากสหายรุ่งเข้ามอบตัวกลัวว่าแผนเปิดเผยจึงชิงปฏิบัติ การเข้าโจมตีทำให้ระเบิดเพียงขอบฐานภายนอก ไม่เปิดแนวรบแผนกำลังที่จะเข้าจู่โจมจึงปฏิบิการไม่ได้แผนทำให้ยึดฐานจึงไม่สำเร็จ

ปลายกันยายน 2523 พัน ร. 3443 เปิดยุทธการสิงห์สั่งป่าเพื่อยึดและรักษาเขาค้อทั้งหมดแต่ถูกขัดขวางจาก ผกค. อย่างหนักอีกทั้งบริเวณสันเขารอยต่อจากฐานกรุงเทพฯ จำกัดการเคลื่อนที่ของฝ่ายเราที่ต่อไปเป็นเนินเล็ก ๆ ผกค. ยึดเป็นที่มั่นตั้งรับคาดว่าจะเป็นที่ ตั้งอนุสรณ์ผู้เสียสละเขาค้อในปัจจุบัน พัน ร.3443 จึงต้องใช้ยุทธวิธีขุดคูรบเข้าไปยังที่มั่นตั้งรับของ ผกค. ซึ่งขุดคูรบเข้าไปประมาณ 50 เมตรเศษ ได้รับคำสั่งให้เดินทางกลับที่ตั้งปกติ พัน ร. 3444 คิดจาก ร.4 พัน 4 พ.ท. หาญ เพไทย เป็น ผบ.พัน ก็ผลัดเปลี่ยนและดำเนินการต่อไป ในปี พ.ศ. 2523 การศึกดุเดือดถึงขีดสุดยุทธการครั้งใหญ่เริ่มเปิดฉากขึ้นยุทธการการผ่าเมืองเผด็จศึกยุทการหักไพรี และยุทธการผาเมืองเกรียงไกร เทือกเขาค้อแทบถล่มทลาย ด้วยวัตถุระเบิดที่ต่างฝ่ายต่างขนมาประหัตประหารกันเลือดแลกด้วยเลือด ชีวิตแลกด้วยชีวิต ความสูญเสียของทั้งสองฝ่ายทวีมากขึ้นจนแทบไม่มีกำลังหลงเหลืออยู่

จวบจนกระทั้งในปี 2525 เสียงปืนเริ่มสงบลงการศึกย่อมมีแพ้ มีชนะ การรบที่ยืดเยื้อมากว่า 15 ปี ยุติลงแล้วความสงบเงียบเริ่มเข้ามาแทนที่เหลือไว้แต่เพียงความพินาศความเสียหาย แมกไม้ป่าทึบท่วมกลางหุบเขาย่อยยับกับแรงระเบิดเมื่อคราวก่อน ซากเศษอาวุธรถถัง ยุทธปัจจัยต่าง ๆ กระจายเคลื่อนอยู่ทั่วบริเวณ ทุกสิ่งทุกอย่างยุติลงแล้ว เหลือไว้ก็เพียงแต่ประวัติการรบที่ห้าวหาญ และน้ำตาญาติพี่น้องของวีรชน

กลับสารบัญ